สิวขึ้นคาง
Face

ตอบทุกปัญหาสิวขึ้นคางเกิดจากอะไร ใส่หน้ากากอนามัยเกี่ยวไหม

ใครจะไปคิดว่าปัญหาสิวขึ้นคางจะเป็นปัญหาที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกและสามารถพบได้ทุกช่วงวัย หลาย ๆ คนคิดว่าถ้าเราหมดช่วงวัยรุ่นไปได้แล้ว ปัญหาสิวที่คางจะน้อยลง แต่ความจริงมันไม่ใช่เป็นแบบนั้น มีผู้ใหญ่จำนวนมากที่ประสบปัญหากับสิวขึ้นคางไม่ว่าจะเป็นเหตุผลจากฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ความเครียดรุมเร้า เราเข้าใจว่าสาว ๆ มีเรื่องให้เครียดมากมายอยู่แล้ว GoWabi ชวนทุกคนมาหาคำตอบกันว่าทำไมสิวขึ้นคาง แล้วเราจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร ตามมาดูกันเลยค่ะ

สิวขึ้นคาง เกิดจาก

กระบวนการที่ทำให้สิวขึ้นคางมีความคล้ายคลึงกับสิวขึ้นคอ สิวขึ้นกรอบหน้า และสิวขึ้นแก้ม นั่นก็คือเกิดการอุดตันในรูขุมขนของเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วและน้ำมันส่วนเกินร่วมกับแบคทีเรียทำให้เกิดสิวในบริเวณนั้นขึ้นมา ส่วนสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดสิวที่คางนั้นมาจาก 

สาเหตุที่ทำให้สิวขึ้นคาง

ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง

สาว ๆ เคยสังเกตไหมคะว่าทุกครั้งที่เป็นประจำเดือน มักจะมีสิวที่คางเกิดขึ้นบ่อย ๆ โดยเฉพาะ 1 สัปดาห์ก่อนที่จะเป็นประจําเดือน เรื่องนี้มีที่มาที่ไปค่ะ เพราะในช่วงนั้นร่างกายของสาว ๆ จะมีปริมาณฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสูงขึ้นเล็กน้อย ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวขึ้นคางนั้นเอง 

โดยสิวขึ้นคางที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในขณะที่เป็นประจำเดือนมักพบในผู้หญิงที่มีช่วงอายุอยู่ในระหว่าง 25 ปีจนถึงวัยก่อนหมดประจำเดือนกันเลยทีเดียว ฮอร์โมนทำให้เกิดสิวได้ทั้งบริเวณคางไปจนถึงบริเวณช่วงกรามหรือกรอบใบหน้า ลักษณะของสิวขึ้นคางจะเป็นสิวไม่มีหัวนูน ๆ เมื่อจับดูมีความนุ่ม อยู่ในชั้นลึกของผิวหนัง มีความแดง และยากต่อการบีบหรือกำจัดออก 

สาว ๆ ที่ยังมีประจำเดือนอาจพบสิวที่คางได้เป็นประจำ

แพ้ Mask สิวขึ้นคาง

ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19  เพื่อน ๆ หลายคนต้องใส่ Mask ไปทำงานหรือออกนอกบ้านทุกวัน ทำให้เกิดสิวบริเวณใต้หน้ากากอนามัยโดยเฉพาะที่คางได้ สิ่งนี้มีที่มาที่ไปอันเนื่องมาจาก “ลมหายใจ” ของเรานั่นเองค่ะ

เมื่อเราใส่หน้ากากอนามัยจะเป็นการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของผิวภายใต้หน้ากากอนามัยนั้น การที่เราหายใจเข้าและออกเป็นประจำจะทำให้สภาพผิวภายใต้หน้ากากอนามัยมีความชื้นมากขึ้น ส่งผลให้จุลชีพที่อยู่บนผิวเกิดการเปลี่ยนแปลง ร่วมกับการมีจุลชีพตัวใหม่ที่มาจากลมหายใจหรือภายในช่องปากติดอยู่บริเวณใต้หน้ากากอนามัย จึงทำให้เกิดสิวได้ไม่ยาก 

การใส่แมสก์เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สิวขึ้นคาง
หน้ากากอนามัยเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว

อีกเหตุผลหนึ่งก็คือหน้ากากอนามัยทำให้เกิดการเสียดสีระหว่างหน้ากากและผิวหน้าของเรา ทำให้ง่ายต่อการเกิดการอุดตันของรูขุมขน จึงส่งผลทำให้เกิดสิวเห่อภายใต้หน้ากากอนามัยนั้นเอง สาเหตุนี้ยังเป็นสาเหตุเดียวกันกับการเกิดสิวบริเวณกรอบหน้าภายใต้หมวกกันน็อคและสายรัดคางที่มีการเสียดสีบ่อย ๆ อีกด้วย 

ดูคล้ายสิวที่คางแต่ไม่ใช่สิว

ปัญหาบนผิวหนังมีอยู่มากมาย 108 มากกว่าแค่ปัญหาเรื่องสิว และสิ่งที่เราเห็นมันอาจจะไม่ใช่สิวก็ได้ แต่มีความคล้ายคลึงกับสิวมาก ๆ เช่น ปัญหาขนคุด ปัญหานี้มักเกิดขึ้นกับหนุ่ม ๆ (พบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง) โดยมีสาเหตุมาจากการโกนหนวด 

ขนคุดคือการที่ขนงอกอยู่ใต้ผิวหนังแทนที่จะเจริญออกมาสู่โลกภายนอกเหมือนปกติ เมื่อลูบคลำบริเวณขนคุดจะพบว่าผิวหนังมีลักษณะนูนขึ้น บวมขึ้น และบางครั้งก็มีสีแดงเข้มขึ้นทำให้ดูคล้ายสิว จนอาจสับสนได้ว่านี่คือสิวหรือขนคุดกันแน่

ขนคุดอาจดูคล้ายสิวขึ้นคาง
ขนคุดที่ดูคล้ายสิว

สิ่งที่ดูคล้ายสิวแต่ไม่ใช่สิวอีกอย่างหนึ่งที่พบได้ก็คือ โรคผิวหนังอักเสบโรซาเชีย (rosacea) เป็นการอักเสบเรื้อรัง มีลักษณะเป็นผื่นแดง ตุ่มนูน หรือตุ่มหนอง ดูคล้ายกับการเป็นสิว

โรคผิวหนังโรซาเชียดูค้ลายสิว
โรคผิวหนังอักเสบโรซาเชีย

วิธีรักษาสิวที่คาง 

การรักษาสิวที่คางไม่มีอะไรแตกต่างจากการรักษาสิวในบริเวณอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิกหรือเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์

การดูแลสิวเมื่อเกิดสิวเห่อที่คางควรดูแลดังนี้

  1. ล้างหน้าบริเวณที่เป็นสิวด้วยโฟมล้างหน้าที่เหมาะสมกับสภาพผิว หรือที่มีส่วนประกอบของกรดซาลิไซลิก
  2. ประคบเย็นบริเวณที่เป็นสิวครั้งละ 5 นาทีทำได้หลายครั้งต่อวันเพื่อลดอาการอักเสบและอาการบวมแดง
  3. แต้มสิวด้วยครีมที่มีส่วนผสมของเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์
  4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือการแกะสิวโดยเด็ดขาด

หากรักษาสิวที่คางไปแล้วแต่ไม่มีทีท่าว่าจะลดความรุนแรงของสิวได้เลยแนะนำว่าอาจจะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการรักษาสิว ซึ่งเพื่อน ๆ อาจจะได้รับคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญดังนี้ค่ะ 

  1. ในกรณีที่สิวรุนแรงมาก แพทย์ผิวหนังอาจจะจ่ายยาฆ่าเชื้อในรูปแบบเม็ดเพื่อช่วยฆ่าแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวได้ง่ายขึ้น
  2. ได้รับการจ่ายยารักษาหรือครีมที่มีฤทธิ์รุนแรงมากขึ้น
  3. การกดสิวหรือฉีดสิว
  4. การรักษาด้วยเลเซอร์ เช่น LED Light therapy หรือ  Duel Yellow Laser
  5. รับประทานยาคุม เพื่อควบคุมสมดุลของฮอร์โมนเพศ 

ดูแลอย่างไรไม่ให้กลับมาเป็นสิวที่คางซ้ำ ๆ

สิ่งที่สำคัญมากกว่าการป้องกันไม่ให้เกิดสิวที่คางก็คือการกำจัดที่ต้นเหตุว่าจริง ๆ แล้วการที่เราเป็นสิวที่คางซ้ำ ๆ เกิดมาจากอะไร แต่อย่างไรก็ตามมีวิธีการที่ GoWabi อยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่กำลังเผชิญกับปัญหาสิวขึ้นคางอยู่ได้ลองทำตามเพื่อผลลัพธ์ในการรักษาสิวได้ดียิ่งขึ้นดังนี้ค่ะ

  1. ล้างทำความสะอาดคางและทั่วใบหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมเป็นจำนวน 2 ครั้งต่อวัน
  2. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลเป็นปริมาณสูงและอาหารที่มีความมัน อ่านต่อ กินอะไรสิวหาย? สิวหายแน่ แค่เริ่มใส่ใจอาหารการกิน
  3. ไม่เครียดหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียดในชีวิต
  4. ไม่จับ แคะ แกะ เกา บริเวณสิว 
  5. ใช้ครีมกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน
  6. ล้างทำความสะอาดผ้าปูที่นอนเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  7. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมันเพราะสามารถทำให้เกิดการอุดตันบริเวณรูขุมขนได้
  8. พยายามไม่ให้ผมมาปรกอยู่บริเวณคาง และล้างทำความสะอาดผมอยู่เป็นประจำ
  9. เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดสิวในกรณีใส่หน้ากากอนามัย เปลี่ยนหน้ากากอนามัยอันใหม่ทุกวัน หรือหากใช้หน้ากากอนามัยแบบผ้าให้ทำความสะอาดเป็นประจำ 

สิวขึ้นคางมักมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในผู้หญิงโดยเฉพาะช่วงก่อนมีประจำเดือน ในปัจจุบันการใส่หน้ากากอนามัยเป็นประจำยิ่งช่วยส่งเสริมให้เกิดสิวภายใต้หน้ากากอนามัยและบริเวณคางได้ การป้องกันไม่ให้เกิดสิวขึ้นคางที่ได้ผลดีที่สุดก็คือหาสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวขึ้นคางก่อนและแก้จากสาเหตุนั้น สำหรับหนุ่ม ๆ ลองสังเกตดูว่าสิ่งที่เห็นเนี่ยใช่สิวหรือเปล่า อาจจะเป็นขนคุดก็ได้ สิวที่คางรักษาได้หากเราใส่ใจ หากเพื่อน ๆ อ่านมาถึงตรงนี้ GoWabi ขอให้ทุกคนแก้ปัญหาสิวที่คางได้และไม่เกิดซ้ำอีกนะคะ 

อ้างอิง

https://www.prevention.com/beauty/skin-care/a39113278/how-to-get-rid-of-chin-acne/

https://www.medicalnewstoday.com/articles/325991

Leave a Reply

Your email address will not be published.