Nails

เล็บเจล vs Shellac vs เล็บอะคริลิค ทำเล็บแบบไหนดี?!

สิ่งที่สาวๆ หลายคนต้องการ คือ เล็บที่แวววาวเป็นประกาย ติดทนนาน ไม่ฉีก ไม่หลุดลอก สีสันลวดลายสะดุดตา กรีดกรายนิ้วไปทางไหนก็มีแต่คนร้อง ว้าว!! ใช่มั้ยล่ะคะ แต่เพื่อนๆ รู้รึเปล่า? ว่าวิธีการทำเล็บเนี้ย มีหลายแบบให้ได้เลือกถึง 3 แบบด้วยกัน!! นั่นก็คือแบบ เจล(Gel), เชลแลค(Shellac) และ อะคริลิค(Acrylic) นั่นเอง แล้วอย่างงี้ สาวๆ นักทำเล็บตัวยงที่ชื่นชอบการทำเล็บเป็นอย่างมาก ควรจะ “ทำเล็บแบบไหนดี” เพราะการทำเล็บแต่ละแบบ มีข้อดีและจุดพีคที่แตกต่างกัน

วันนี้ GoWabi Blog จะมาสรุปรายละเอียดและจุดเด่นของการทำเล็บแต่ละแบบเอง เพื่อที่เพื่อนๆ จะได้ตัดสินใจได้ว่า การจองทำเล็บครั้งต่อไปของเพื่อนๆ ควรจะเป็นแบบไหนดี?! พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย!


ทำเล็บเจล Gel : เพื่อความติดทนนาน


เล็บเจล vs Shellac vs เล็บอะคริลิค ทำเล็บแบบไหนดี?!

วิธีการทำเล็บที่เบสิคที่สุดในบรรดาทั้งหมด ก็คือวิธีการทำเล็บเจลนั่นเอง! การทำเล็บแบบนี้จะมีความแข็งแรงมากที่สุด จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะมากๆ สำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาเล็บฉีกง่ายค่ะ

ขั้นตอนแรก เล็บของเพื่อนๆ จะถูกตะไบเป็นรูปทรงต่างๆ เช่น ทรงเหลี่ยม(square), ทรงเหลี่ยมมน(squoval), ทรงรูปไข่(oval) หรือ รูปทรงอะไรก็ได้ที่เพื่อนๆ ชอบค่ะ

จากนั้น ทางร้านจะตะไบหน้าเล็บของเพื่อนๆ เพื่อกำจัดน้ำมันธรรมชาติที่อยู่บนหน้าเล็บของเราออกค่ะ ขั้นตอนนี้ จะช่วยให้สามารถทาเล็บเจลได้เรียบเนียน สมูท และทำให้สีติดทนนานยิ่งขึ้นค่ะ

สุดท้าย เล็บของสาวๆ ก็จะถูกนำไปอบด้วยแสง UV light ซึ่งเจ้าตัวแสง UV light นี่แหละ ที่ช่วยทำให้เล็บของเรามีความแวววาวเป็นประกาย แข็งแรงติดทนนานนั่นเอง! (ของอย่างงี้ ต้องไปลองกับตัวเองค่ะ!)


ทำเล็บเชลแลค Shellac : เพื่อความเป็นธรรมชาติ


เล็บเจล vs Shellac vs เล็บอะคริลิค ทำเล็บแบบไหนดี?!

เพื่อนๆ รู้มั้ยเอ่ย? ว่าการทำเล็บ Shellac นั้นได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี! สงสัยกันใช่มั้ยล่ะคะว่าทำไม? นั่นก็เพราะว่าในบรรดาการทำเล็บทั้ง 3 แบบ การทำเล็บ Shellac ให้ผลลัพท์ที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดนั่นเอง! เจ้าตัวยาทาเล็บ Shellac นั้นมีความก้ำกึ่งตรงกลางระหว่างน้ำยาทาเล็บแบบธรรมดา(Polish) และน้ำยาทาเล็บเจล(Gel) และถูกคิดค้นโดย Creative Nail Design ซึ่งเป็นที่มาของ “CND” ที่อยู่บนขวดน้ำยาทาเล็บ Shellac นั้นเอง!

จุดพีคอื่นๆ ของการทำเล็บ Shellac คือ เป็นการทาเล็บชั้นบางๆ มีความแห้งเร็ว และเล็บจะมีความวาวมากๆๆๆๆ (จริงๆ นะ!)

ส่วนขั้นตอนในการทำนั้น เหมือนกับการทำเล็บเจลเป้ะๆ เลยค่า และเล็บของเพื่อนๆ จะวาวสวยยาวนานถึง 2-3 อาทิตย์ค่ะ ถ้าสาวๆ มีเล็บที่แข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำเล็บแบบ Shellac คือตอบโจทย์มากๆ ค่า


ทำเล็บอะคริลิค Acrylic : เพื่อเสริมความแข็งแรงของเล็บ


เล็บเจล vs Shellac vs เล็บอะคริลิค ทำเล็บแบบไหนดี?!

ถ้าเพื่อนๆ เป็นคนติดนิสัยชอบกัดเล็บ ถึงเวลาแล้วที่เพื่อนๆ ต้องทำความคุ้นเคยกับการทำเล็บอะคริลิคค่า การทำเล็บอะคริลิคจะเป็นการต่อเล็บของเราให้ยาวมากขึ้น โดยเป็นการต่อเล็บบนเล็บธรรมชาติของเรา เป็นการทำเล็บที่นิยมมากๆ ในหมู่ดาราและเจ้าสาวค่ะ

การทำเล็บแบบนี้จะแตกต่างจากการทำเล็บเจลและเชลแลคเลย เพราะเจ้าหน้าที่ทำเล็บจะนำส่วนผสมที่หน้าตาคล้ายๆ แป้งเปียก(จริงๆ แล้วเป็นส่วนผสมของผงอะคริลิคและน้ำยาอะคริลิคค่ะ) มาแปะๆ ทับลงบนเล็บของเราอีกชั้นนึง จึงทำให้เล็บของเพื่อนๆ มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้นค่ะ

ซึ่งดีไซต์ของการทำเล็บแบบนี้มีให้เลือกหลากหลายแบบเลย เพื่อนๆ สามารถเลือกความยาวหรือรูปทรงของเล็บได้ตามใจชอบเลยค่ะ สาวๆ ที่เป็นคนเล็บสั้นเตรียมกรี้ดได้เลย!


แล้วแบบนี้ ทำเล็บแบบไหนดี ?!


ถ้าพูดถึงความสวยและดีไซต์ของการทำเล็บแต่ละแบบ เรียกได้ว่าต้องให้คะแนนสูสีกันเลยทีเดียว ดังนั้น เราแนะนำให้เพื่อนๆ ใช้ “สภาพของเล็บ”เป็นตัวตัดสินกันดีกว่า ว่าเราควรทำเล็บแบบไหนดี!

“ทำเล็บแบบไหนดี” ถ้าเพื่อนๆ เป็นคนมีเล็บที่แข็งแรงอยู่แล้ว ไม่ฉีกไม่หักง่าย ทำเล็บเชคแลค(Shellac) คือสิ่งที่เพื่อนๆ มองหาค่ะ! หรือถ้าต้องการให้เล็บของเราอยู่สวยๆ กับเราไปนานๆ (เผื่อว่าสาวๆ กำลังวางแผนไปเที่ยว หรือ ฮันนีมูน) เลือกการทำเล็บเจล(Gel) เลย! หรือถ้าอยากที่จะมีเล็บที่ยาวเรียวสวย กรีดนิ้วไปทางไหน ผู้คนเป็นต้องมอง! ทำเล็บอะคริลิค(Acrylic) แล้ว มงลงแน่นอนค่ะ!


และที่สำคัญเพื่อนๆ ที่ทำเล็บบ่อยๆ อย่าลืมที่จะบำรุงเล็บของเราด้วยนะคะ เพื่อที่เล็บของเราจะได้มีความแข็งแรง สุขภาพดี ไม่มีสะดุดทุกการทำเล็บแน่นอน! ถ้าเพื่อนๆ ยังไม่รู้ว่าจะจองทำเล็บที่ไหนดี จองผ่าน GoWabi ของเราสิคะ เพื่อนๆ สามารถจองทำเล็บonline ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว สะดวก รวดเร็ว ทันใจสาวๆ นักทำเล็บแน่นอน เพื่อนๆ ยังสามารถค้นหาร้านทำเล็บใกล้คุณ ได้ด้วย!

อ่าน Blog ความสวยความงามเพิ่มเติม คลิก >>>>

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *