ฟันผุเกิดจากอะไร
Dental

ฟันผุเกิดจากอะไร? 9 ความเสี่ยงที่ทำให้ฟันผุง่ายขึ้น

ปวดฟันมากกกก หรือเราจะมีปัญหาฟันผุหรือเปล่านะ ลองเปิดปากดูเห็นรูดำ ๆ บนฟันแล้วล่ะก็ ชัดเลย ฟันผุแน่นอน ว่าแต่ฟันผุเกิดจากอะไร ทำไมใคร ๆ ก็ต้องเคยมีประสบการณ์ฟันผุกันอย่างน้อยสักครั้งในชีวิต ฟันผุเกิดง่ายขนาดนั้นเลยเหรอโดยเฉพาะในวัยเด็ก วัยรุ่น และผู้สูงอายุที่มักพบฟันผุได้เป็นประจำ อะไรที่ทำให้เรามีโอกาสเกิดฟันผุได้ง่ายกว่าคนอื่น ตามมาดูกันเลยค่าา

ฟันผุคืออะไร

บริเวณของฟันที่ถูกทำลายอย่างถาวรโดยเชื้อแบคทีเรียในช่องปากร่วมกับน้ำตาลจากอาหารและเครื่องดื่มที่เราทานเข้าไป แบคทีเรียในช่องปากจะย่อยน้ำตาลทำให้เกิดกรดทำลายฟันเข้าไปเป็นรูภายในเนื้อฟันหรือบางครั้งก็เป็นรูจนถึงชั้นโพรงประสาทฟันทำให้เกิดความเจ็บปวดและอาจจะต้องสูญเสียฟันซี่นั้นไปเลยก็ได้

อาการฟันผุเป็นอย่างไร

อาการของคนเป็นฟันผุมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดฟันผุ ในช่วงแรก ๆ ผู้ที่เป็นฟันผุอาจจะไม่พบอาการเจ็บปวดใด ๆ เลยก็ได้ แต่ในขณะที่ฟันผุมีขนาดใหญ่ขึ้นและผุในชั้นที่ลึกลงไปมากขึ้น เมื่อนั้นล่ะที่เราจะเริ่มพบอาการต่าง ๆ ได้ตามนี้เลย

ฟันผุเกิดจากสาเหตุที่หลากหลาย
ปวดฟันแบบจี๊ด ๆ และอาการเสียวฟันเป็นอาการเริ่มแรกของฟันผุ
  • ปวดฟัน พบทั้งความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเองและเจ็บปวดแบบต้องกดบริเวณฟันผุถึงจะเจ็บ
  • เสียวฟัน
  • ปวดฟัน เมื่อรับประทานอาหารที่มีรสชาติหวาน มีความร้อนหรือเย็น
  • มองเห็นรูบนฟัน
  • มองเห็นสีน้ำตาลหรือดำบนผิวฟันที่มีฟันผุ
  • เกิดความเจ็บปวดเมื่อเคี้ยวอาหาร

นี่เลยอยากรู้ว่าสัญญาณของฟันผุถึงโพรงประสาทฟันมีอาการอย่างไร อ่าน 10 สัญญาณอันตราย ฟันผุถึงโพรงประสาทฟันอาการอย่างไร

หากพบอาการเหล่านี้อย่าปล่อยเอาไว้ ให้รีบไปหาหมอฟันโดยด่วน เพราะในบางครั้งกว่าที่เราจะรู้สึกปวดฟัน ฟันผุก็อาจจะร้ายแรงไปมากแล้วก็ได้ การไปเช็กสุขภาพฟันกับทันตแพทย์ทุก ๆ 6 เดือนจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากในการตรวจหาฟันผุตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของการเกิดโรค

ฟันผุเกิดจากอะไร?

ฟันผุเป็นกระบวนการผุพังของฟันที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง สาเหตุที่ทำให้ฟันมีการผุพังเกิดจากกระบวนการดังนี้

การก่อตัวขึ้นของคราบพลัค จะสามารถมองเห็นเป็นลักษณะคล้ายฟิล์มเหนียว ๆ เคลือบอยู่บนผิวฟัน คราบพลัคเกิดจากการรับประทานอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล หากฟันของเราไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ แบคทีเรียที่อยู่ในช่องปากจะเจริญเติบโตโดยการกินแป้งและน้ำตาลเป็นอาหาร และสร้างคราบพลัคขึ้นมา หากปล่อยทิ้งเอาไว้เป็นเวลานานคราบพลัคจะถูกกำจัดออกไปได้ยากขึ้นและเป็นเสมือนตัวปกป้องแบคทีเรียให้อยู่ในช่องปากได้นานขึ้น

คราบพลัดสะสมบนผิวฟัน
คราบพลัคบนผิวฟัน

คราบพลัคทำร้ายผิวฟัน ในคราบพลัคจะมีกรดซึ่งเป็นผลผลิตที่เกิดขึ้นมาจากแบคทีเรีย กรดจะทำร้ายชั้นเคลือบผิวฟันทำให้เกิดรูเปิดเล็ก ๆ กระบวนการทำลายชั้นเคลือบฟัน (enamel) จะเกิดขึ้นไปเรื่อย ๆ จนชั้นเคลือบฟันถูกทำลายจนหมด กรดก็จะเข้าไปทำลายชั้นเนื้อฟัน (dentin) ที่อยู่ถัดไปข้างใน โดยชั้นเนื้อฟันจะมีความบอบบางมากกว่าชั้นเคลือบฟัน หากฟันถูกทำลายมาจนถึงชั้นนี้จะทำให้เกิดอาการเสียวฟัน

กระบวนการฟันผุเกิดต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อฟันผุลงลึกเข้าไปในโพรงฟันซึ่งมีเส้นประสาทและเส้นเลือดจำนวนมาก เมื่อโพรงประสาทฟันเกิดอาการบวมและระคายเคืองจากแบคทีเรียทำให้ไปกดทับเส้นประสาทข้างในก่อให้เกิดความเจ็บปวดตามมา

9 ความเสี่ยงที่ทำให้เกิดฟันผุได้ง่าย

1.ตำแหน่งของฟัน

ฟันผุในตำแหน่งฟันกราม
ฟันกรามเป็นตำแหน่งที่เกิดฟันผุได้บ่อย

ตำแหน่งของฟันที่ทำให้เกิดฟันผุได้ง่ายคือตำแหน่งของฟันกรามน้อยและฟันกรามซึ่งเป็นฟันที่มีร่องและซอกเป็นจำนวนมากทำให้เศษอาหารเข้าไปติดภายในร่องเหล่านั้นได้ง่าย และการทำความสะอาดฟันกรามให้สะอาดใสกิ๊งจึงเป็นไปได้ยากกว่า เป็นเหตุผลที่ทำให้พบฟันผุที่ฟันกรามได้มากกว่านั่นเอง

2.การรับประทานอาหารบางชนิด

อาหารที่มีการยึดเกาะกับฟันของเราได้เป็นระยะเวลานาน เช่น นม ไอศครีม น้ำผึ้ง น้ำตาล โซดา ผลไม้แห้ง เค้ก คุ้กกี้ ลูกอม ขนมขบเคี้ยว อาหารจำพวกนี้มีโอกาสทำให้เกิดฟันผุได้ง่าย

3.การทานขนมขบเคี้ยวและจิบน้ำที่มีน้ำตาลบ่อย ๆ

ขนมขบเคี้ยวและน้ำที่มีน้ำตาลสูงคืออาหารชั้นยอดของแบคทีเรียในช่องปาก เมื่อแบคทีเรียอิ่มท้องจะผลิตกรดออกมาทำลายฟันของเราได้ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เครื่องดื่มประเภทโซดาหรือเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่มีความเป็นกรดก็สามารถทำให้เกิดฟันผุได้ง่ายขึ้นด้วยเหตุผลเดียวกัน

4.การให้นมทารกก่อนนอน

นมคือเครื่องดื่มที่สามารถติดอยู่ที่ฟันได้เป็นระยะเวลานาน เมื่อให้เด็กน้อยดื่มนมหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลก่อนนอน เครื่องดื่มเหล่านี้จะติดอยู่บนผิวฟันในขณะที่เด็กนอนหลับ ส่งผลให้แบคทีเรียเจริญเติบโตและเกิดฟันผุได้

5.ไม่ค่อยแปรงฟัน

ไหนใครไม่ค่อยแปรงฟันหลังทานอาหารยกมือขึ้น นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คราบพลัคก่อตัวได้และทำให้เกิดการฟันผุต่อไป หากมื้อไหนเรารู้ตัวว่ารับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงอย่าลืมพกแปรงสีฟันและยาสีฟันไปใช้แปรงฟันระหว่างมื้อด้วยนะคะ

6.ปากแห้ง

อาการปากแห้งน้ำลายในช่องปากน้อยเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุได้ง่าย เนื่องจากน้ำลายมีส่วนช่วยในการชะล้างเศษอาหารและคราบพลัคในช่องปาก ส่วนประกอบในน้ำลายยังช่วยต่อสู้กับกรดที่เกิดจากแบคทีเรียอีกด้วย

7.วัสดุอุดฟันเสื่อมลง

เมื่อเวลาผ่านไปวัสดุที่ใช้อุดฟันสามารถเสื่อมสภาพลงไปได้ โดยจะทำให้คราบพลัคเข้ามาสะสมบริเวณนั้น ๆ ได้ง่ายขึ้นและยากที่จะกำจัดคราบพลัคสะสมพวกนี้ออก นอกจากนั้นการรักษาฟันที่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งบนฟัน เช่น การรักษารากฟัน วีเนียร์ เมื่อเวลาผ่านไปก็เป็นไปได้ที่อุปกรณ์เหล่านี้จะเกิดการเสื่อมสภาพเกิดขึ้นส่งผลให้เกิดร่องและรูทำให้เป็นที่สะสมของคราบพลัคได้

8.ผู้ที่มีอาการแสบหน้าอก (Heartburn) บ่อย ๆ

โรคที่เกิดขึ้นจากกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับมาที่หลอดอาหาร คอหอย หรือปาก หรือที่เราเรียกว่าโรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease: GERD) เมื่อกรดย้อนกลับมาในบริเวณช่องปากจะทำลายชั้นเคลือบฟัน หากกรดไหลย้อนเกิดขึ้นบ่อย ๆ อาจทำลายไปจนถึงชั้นเนื้อฟันจนทำให้เกิดฟันผุตามมาได้

9.ขาดฟลูออไรด์

ฟลูออไรด์คือแร่ธาตุที่ช่วยปกป้องไม่ให้เกิดฟันผุ ผู้ที่มีภาวะขาดฟลูออไรด์จะทำให้ฟันผุง่าย ฟันไม่แข็งแรง สามารถเสริมฟลูออไรด์ได้โดยการใช้ยาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ 

ฟันผุเกิดจากอะไร

โดยหลัก ๆ แล้วฟันผุเกิดจากการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปาก เมื่อแบคทีเรียมากขึ้นก็จะผลิตกรดออกมามากขึ้น ซึ่งกรดเหล่านี้แหละที่ทำลายฟันทำให้เกิดโพรงเข้าไปในเนื้อฟันหรือโพรงประสาทฟันและก่อให้เกิดความเจ็บปวดตามมา นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงต่าง ๆ อีกมากมายที่ทำให้เกิดฟันผุได้ง่ายขึ้น เช่น การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงก็ทำให้เกิดฟันผุได้ง่ายขึ้นนะ การเกิดฟันผุในช่วงแรก ๆ จะสังเกตได้ยาก เพราะฉะนั้นการได้ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำกับหมอฟันทุก ๆ 6 เดือนจึงมีความจำเป็นมาก ๆ เลย 

GoWabi ชี้เป้าแนะนำดีลตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนจากร้านทันตกรรมชื่อดัง คลิกที่รูปภาพได้เลย

อ้างอิง

https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/cavities/symptoms-causes/syc-20352892

Leave a Reply

Your email address will not be published.