Let’s Relax Spa เป็นเชนสปาไทยที่เปิดมากว่า 20 ปี จุดเด่นคือมีสาขา Onsen สไตล์ญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ราคาเริ่มต้นประมาณ 500 บาท ถือว่าอยู่ระดับกลางถึงกลาง-บน เมื่อเทียบกับ Health Land ที่เน้นความคุ้มค่าและราคาย่อมเยากว่า (เริ่มต้นประมาณ 400-650 บาท) และสปาระดับหรูอย่าง Divana หรือ Oasis Spa ที่ราคาสูงกว่าแต่เน้นบรรยากาศพรีเมียมและความเป็นส่วนตัว ทั้งหมดนี้จองผ่าน GoWabi ได้
Let’s Relax Spa คืออะไร มีจุดเด่นอะไร?

Let’s Relax Spa เป็นผู้ให้บริการสปารายใหญ่ของไทยที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 20 ปี มีสาขาในกรุงเทพฯ กว่า 9 แห่ง กระจายตามห้างสรรพสินค้าและโรงแรมชั้นนำ เช่น สยามสแควร์วัน, สีลม เอจ, สวนพลู, เดอะ มาร์เก็ต บางกอก และเพลินจิต (Grande Centre Point)
จุดเด่นที่ทำให้ Let’s Relax แตกต่างจากสปาเชนอื่นคือ สาขา “Onsen” บ่อน้ำแร่สไตล์ญี่ปุ่นโดยเฉพาะ เช่นที่ทองหล่อ, ราชดำริ และลุมพินี ซึ่งมีทั้งห้องซาวน่า ห้องอบไอน้ำ และบ่อแช่หลายแบบ (Silk Bath, Soda Bath, Cold Bath) ให้บริการควบคู่กับทรีตเมนต์นวดไทยและสปาแบบตะวันตก ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 500 บาท และมีแพ็กเกจสำหรับคนทำงานออฟฟิศเริ่มต้นราว 950 บาท
Let’s Relax เทียบกับ Health Land ต่างกันยังไง?
| ปัจจัย | Let’s Relax Spa | Health Land |
|---|---|---|
| จุดเด่น | Onsen สไตล์ญี่ปุ่น + สปาผสมตะวันตก | เน้นนวดเพื่อสุขภาพ คุ้มค่า |
| ราคาเริ่มต้น | ~500 บาท | ~400-650 บาท (นวดไทย 2 ชม. ~600-650 บาท) |
| บรรยากาศ | ดีไซน์ทันสมัย หรูขึ้น หลากสไตล์ตามสาขา | มาตรฐานเดียวกันทุกสาขา เน้นฟังก์ชัน |
| ทำเลสาขา | ห้างและโรงแรม (สยามสแควร์, เพลินจิต, ทองหล่อ) | ตึกเดี่ยว/อาคารพาณิชย์ (สาทร, เอกมัย, ปิ่นเกล้า) |
| ห้องทรีตเมนต์ | ส่วนตัวทุกห้อง | ส่วนตัวทุกห้อง (ยกเว้นโซนนวดเท้าบางสาขาที่เป็นโซนรวม) |
| บริการเด่นเฉพาะ | Onsen, Stretch me (สตูดิโอยืดกล้ามเนื้อ) | นวดไทย/นวดเท้าคุณภาพสม่ำเสมอทุกสาขา |
| เหมาะกับ | คนอยากได้ประสบการณ์พรีเมียม/ลองออนเซ็น | คนอยากได้นวดคุณภาพดีในราคาคุ้มค่า |
(อ้างอิงราคาจากรีวิวผู้ใช้และเว็บไซต์แบรนด์ ช่วงกลางปี 2569 — ราคาจริงอาจต่างกันตามสาขาและช่วงโปรโมชัน)
เทียบกับสปาระดับหรูอื่นๆ ในกรุงเทพ
นอกจาก Let’s Relax และ Health Land ยังมีสปาระดับพรีเมียมที่มักถูกเปรียบเทียบด้วย
- Oasis Spa — ขึ้นชื่อเรื่องการตกแต่งสไตล์ล้านนา บรรยากาศหรูและเป็นส่วนตัวสูง ราคาสูงกว่ากลุ่มร้านนวดทั่วไป มีสาขาทั้งเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา และกรุงเทพฯ (สุขุมวิท)
- Divana Spa — แบรนด์สปาหรู เน้นใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ มีหลายสาขาในกรุงเทพฯ แต่ละสาขามีคาแรกเตอร์ต่างกัน ควรจองล่วงหน้าเพราะเป็นที่นิยมสูง
- RarinJinda Spa — จุดขายคือนวดพร้อมวิวเมืองแบบรูฟท็อป มีสาขาในกรุงเทพฯ (เพลินจิต) และต้นกำเนิดจากเชียงใหม่
เลือกยังไงดี ระหว่าง Let’s Relax, Health Land หรือสปาหรู?
- งบจำกัด อยากได้นวดคุณภาพดี → Health Land คุ้มค่าที่สุด มาตรฐานเดียวกันทุกสาขา
- อยากได้ประสบการณ์แปลกใหม่ เช่น ออนเซ็น → Let’s Relax Onsen เป็นตัวเลือกที่หาไม่ได้จากเชนอื่น
- อยากได้บรรยากาศหรู เป็นส่วนตัวสุดๆ สำหรับโอกาสพิเศษ → Divana, Oasis หรือ RarinJinda เหมาะกว่า แต่ราคาสูงขึ้นตาม
- สะดวกเรื่องทำเล อยู่ในห้าง → Let’s Relax มักอยู่ในห้างดังใจกลางเมือง เดินทางง่าย
จองสปาเหล่านี้ผ่าน GoWabi ได้ไหม?
จองได้ ทั้ง Let’s Relax Spa (หลายสาขา รวมถึงสาย Onsen) และ Oasis spa, Divana Spa และ RarinJinda Spa บน GoWabi มีให้จองพร้อมอ่านรีวิวจากผู้ใช้จริงและรับเงื่อนไขพิเศษ เช่น ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 6 เดือนสำหรับบริการมูลค่าเกิน 3,000 บาท
Let’s Relax Spa ราคาแพงกว่า Health Land ไหม?
โดยทั่วไป Let’s Relax เริ่มต้นราคาใกล้เคียงกัน (ราว 500 บาท) แต่มีแพ็กเกจและบริการระดับพรีเมียมอย่าง Onsen ที่ราคาสูงกว่า ส่วน Health Land เน้นความคุ้มค่าและราคาสม่ำเสมอทุกสาขา เหมาะกับคนที่อยากได้นวดคุณภาพดีในงบประหยัด
Let’s Relax Onsen ต่างจากสปาทั่วไปยังไง?
Let’s Relax Onsen มีบ่อน้ำแร่สไตล์ญี่ปุ่นให้แช่หลายแบบ พร้อมห้องซาวน่าและห้องอบไอน้ำ ซึ่งเป็นบริการที่หาไม่ได้ในสปาเชนทั่วไปของไทย เหมาะกับคนที่อยากได้ประสบการณ์ผ่อนคลายแบบครบวงจรมากกว่าแค่การนวด
จองสปาเหล่านี้ผ่าน GoWabi ดีกว่าจองตรงกับร้านยังไง?
การจองผ่าน GoWabi ช่วยให้เปรียบเทียบราคาและอ่านรีวิวจากผู้ใช้จริงได้ในที่เดียว พร้อมสิทธิพิเศษ เช่น เงื่อนไขผ่อนชำระ 0% ในบางสาขา ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายกว่าการโทรสอบถามทีละร้าน
สปาแบรนด์ไหนเหมาะกับการไปฉลองโอกาสพิเศษ?
หากต้องการบรรยากาศหรูและเป็นส่วนตัวสำหรับโอกาสพิเศษ แบรนด์อย่าง Divana, Oasis Spa หรือ RarinJinda มักตอบโจทย์มากกว่า เพราะเน้นดีไซน์เฉพาะตัวและบริการระดับพรีเมียม แม้ราคาจะสูงกว่า Let’s Relax และ Health Land