ช่วงนี้ตารางงานแน่นมากเว่อร์ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาได้ดูแลตัวเองเท่าไหร่ เอนจอยอีทติ้งสุดๆ แถมยังนั่งวินฉ่ำอีกต่างหาก หน้าก็คือรับมลภาวะและฝุ่นควันแบบเต็มปอด รับรู้ได้เลยว่าโทรมขึ้นกว่าเดิมมาก ๆ ใต้ตาก็คล้ำขึ้นจนคนรอบตัวทัก เสียเซลฟ์ไปอี้กก จนรู้สึกว่าไม่ได้การละ เราต้องหันกลับมาดูแลตัวเองสักที วันนี้ก็เลยเลือกมาทำทรีตเมนต์สูตร Whip Cream Peel (ที่มีที่เดียวในไทยตอนนี้ และส่งตรงจากเกาหลี!) จะช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวและผลัดเซลล์ผิวอย่างล้ำลึก และ Liftera ที่จะช่วยในเรื่องของการยกกระชับหน้า ที่ Lifilltox Clinic รีวิวจะเป็นยังไง ตามไปดูกันเลยได้ค่าาา
@gowabi_official ลิฟหน้า & ทรีตเมนต์ ที่ @Lifilltox Clinic Thailand ในราคาสบายกระเป๋ากันเถอะ (พิกัดห้างพาราไดซ์ปาร์ค) #GoWabi #ครบจบสวยด้วยgowabi #gowabiบอกโปร #gowabi1212ดีลแรงแซงโค้ง #ทรีตเมนต์ #นวดหน้า #หน้าใส #กรอบชัด
♬ 小清新恋爱-喜欢你兔much – 福林斯通
วิธีการเดินทางมาที่ Lifilltox Clinic (Paradise Park)
เริ่มด้เริ่มด้วยวิธีการเดินทาง ตัวร้านจะอยู่ในห้าง Paradise Park ที่เขตประเวศ การเดินทางมาที่ร้านก็แสนจะง้ายง่าย มีถึงสองทางให้เลือกกันเลยค่ะ
- วิธีแรก เดินทางด้วย BTS สายสีเหลือง ลงสถานีสวนหลวง ร.9 ทางออก 2 แล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์ บอกว่ามา Paradise Park ได้เลยค่ะ หรือจะเดินมาก็ได้น้า ประมาณ 4 นาที 280 เมตรเองค่า ไม่ไกลเลยใช่ม้า *FYI: Paradise Park กับ Paradise Place คนละที่กันนะคะ ระวังไปผิดน้าา*
- วิธีที่สองสำหรับคนที่มาด้วยรถยนต์ส่วนตัว แนะนำให้ปักหมุด Paradise Park แล้วขับตาม Google Map มาได้เลยค่า แอบกระซิบว่าที่ห้างจอดรถฟรีทั้งวันนะคะ เพราะฉะนั้นใครที่เอารถมาหายห่วงเรื่องเวลาจอดรถได้เลยค่า
เมื่อมาถึง Paradise Park แล้ว ให้ขึ้นมาที่ชั้น 3 แล้วเดินมาฝั่งที่เป็นโซนคลินิกได้เลยค่ะ Lifilltox Clinic (Paradise Park) จะตั้งอยู่ข้าง ๆ ร้านนวดเลยน้า
บรรยากาศภายนอกร้าน Lifilltox Clinic

ตอนที่ไปถึงคือแอบตกใจกับความน่ารักของคลินิกเล็กน้อยถึงมาก ๆ ภายนอกร้านจะใช้กระจกตกแต่งเป็นหลัก ทำให้เราสามารถมองเห็นการตกแต่งภายในได้เลย โทนสีที่ทางคลินิกใช้จะเป็นสีขาวสะอาด แสงไฟนวล ๆ ดูน่าเข้าไปใช้บริการมากทีเดียวเชียวละค่า บวกกับกิมมิคลูกโป่งด้านหน้าร้านสองอัน น่ารักสุด ๆ ตกสาว ๆ (อย่างเรา) ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ
บรรยากาศภายในร้าน Lifilltox Clinic


ต้องบอกว่าข้างนอกร้านว่าน่ารักแล้ว แต่พอเข้ามาในร้านเท่านั้นแหละ บ้าบออ น่ารักกว่าเดิมอีก โคมไฟเอย อะไรเอย จัดแสงสวยตามสไตล์พี่สาวชาวเกาหลีสุด ๆ

นอกจากนี้โซฟาก็คือนิ่มมากกก ใครที่มีผู้ติดตามหรือเพื่อนมาด้วย นั่งตรงนี้ก็คือหลับได้เลยค่ะ สบายมากจริง ๆ แล้วที่นี่ก็มีขนมให้ด้วยน้า

ไม่เพียงเท่านี้นะคะ Hightlight อีกอย่างนึงที่พลาดไม่ได้เลยของคลินิกนี้ก็คือการมาเซลฟี่หน้ากระจกบันนี่อันนี้เลยค่ะ อะให้ทุกคนลองดูน้อง ดูความนุ่ม ๆ ฟู ๆ ของขนไม่พอ ก็คือสวยให้คะแนน สิบ สิบ สิบ ไปเลยค่ะ ถูกต้องทั้งหมด ใครที่มาแล้วไม่ถ่ายถือว่าพลาดด (เตือนแล้วนะ อิ_อิ)
รีวิวการทำทรีตเมนต์สูตร Whip Cream Peel และ Liftera ที่ Lifilltox Clinic

พอเข้ามาได้ไม่นาน พี่เค้าก็จะนำใบกรอกประวัติมาให้เราเขียนค่ะ แล้วพอเขียนเสร็จ สเต็ปถัดไปก็จะเป็นการปรึกษาคุณหมอที่จะมาดูแลเราในวันนี้นั่นเองค่า เราได้เป็นคุณหมอท่านนี้นะคะ ยังสาวและสวย ให้คำปรึกษาดีและละเอียดมากเลยค่ะ

และตอนที่เข้าไปปรึกษากับคุณหมอ ก็ได้มีการพูดคุยกันและแจ้งปัญหาที่เรากำลังกังวลให้คุณหมอฟังค่ะ อย่างของเราตามที่ได้บอกไปตรงข้างต้นก็คือช่วงนี้เราไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลตัวเองเท่าไหร่ โดยเฉพาะเรื่องผิว เพราะแต่ละวันก็ต้องออกไปเผชิญโลกกว้าง ต้องโดนแดดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำให้หน้ายิ่งหมอง แต่งหน้าก็ไม่ค่อยติด อีกทั้งยังเอนจอยอีทติ้งแบบสุด ๆ เลยทำให้มีแก้มและเหนียง พอจะออกไปถ่ายรูปก็รู้สึกว่าไม่มั่นใจเท่าแต่ก่อน เลยรู้สึกว่าไม่ได้การละ ถึงเวลาแล้วต้องกลับมาดูแลตัวเองซะที วันนี้ก็เลยอยากทำอะไรที่มันบำรุงผิวหน้าแบบขั้นสุดและอยากทำยกกระชับหน้าไปตัว เพื่อแก้ปัญหาแก้มหย่อนคล้อยด้วยค่ะ

ตัวทรีตเมนต์สูตร Whip Cream Peel เป็นการบำรงผิวหน้าสูตรเฉพาะของทางคลินิก ซึ่งช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ และสูตรนี้ของทางคลินิกก็ออกแบบมาเพื่อให้ผิวหน้าของเราได้รับการผลัดเซลล์ผิวและบำรุงอย่าลล้ำลึก ในขณะที่ Liftera จะกระตุ้นให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวมีความกระชับและเต่งตึงยิ่งขึ้นจะสามารถเห็นผลได้ทันที และจะเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น ภายใน 2 – 3 สัปดาห์ ค่ะ พอฟังสรรพคุณเสร็จก็ไม่รอช้า พุ่งตัวไปทำกันเลยดีกว่าา เย้

เราจะเริ่มทำตัว ทรีตเมนต์สูตร Whip Cream Peel ก่อนนะคะทุกคน ก่อนที่จะเริ่มทำทรีตเมนต์นี้จะมีพี่พนักงานพาเราไปทำที่ห้องทรีตเมนต์นะคะ จะต้องขึ้นเตียงในการทำค่ะ ใครที่กลัวหนาวไม่ต้องกังวลไปน้า ทางคลินิกมีผ้าห่มให้คลุมตัวระหว่างการทำด้วยค่ะ
การทำทรีตเมนต์นี้จะมีทั้งหมด 6 ขั้นตอน ใช้เวลารวมประมาณ 45 นาที ค่ะ
- นวดหน้าคลีนซิ่ง เริ่มต้นด้วยการนวดหน้าด้วยคลีนซิ่งเพื่อล้างสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางออกจากผิวหน้า พี่เค้าจะคลีนหน้าเราอย่างอ่อนโยนเลยค่ะ แถมมือก็เบาสุด ๆ ด้วย (ใครที่จะรับบริการนี้ไม่ค่อยแนะนำให้แต่งหน้าหนักมาน้า หรือถ้าใครที่ไม่สะดวกให้ลบทั้งหน้า สามารถแจ้งพี่เค้าให้เหลือตากับคิ้วไว้ได้ค่ะ)

- ทาตัวยาผลัดเซลล์ผิวขั้นแรก ใช้ตัวยาผลัดเซลล์ผิวในขั้นตอนแรกเพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับขั้นตอนถัดไป (ตัวยาอันนี้จะให้ความรู้สึกยิบ ๆ บนหน้าเล็กน้อย ไม่ต้องตกใจไปนะคะ)
- ผลัดเซลล์ผิวขั้นที่สองด้วยโฟมผลัดเซลล์ผิว ต่อด้วยการใช้โฟมผลัดเซลล์ผิวที่มีคุณสมบัติขจัดเซลล์ผิวเก่าที่เหลืออยู่ พร้อมทั้งทำให้ผิวรู้สึกสดชื่นหลังผลัดสุด ๆ ไปเลย
- ทรีตเมนต์ฟองโฟมฟูหอมนุ่ม ใช้ทรีตเมนต์ฟองโฟมที่นุ่มฟูที่มีกลิ่นหอมเพื่อให้ความรู้สึกผ่อนคลายและให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างล้ำลึก ฟองนุ่มมากจริง ๆ ค่ะ รู้สึกได้เลยหลังล้างออกว่าผิวเด้ง ฟูมากก

- มาสก์หน้า จากนั้นทำการมาสก์หน้าเพื่อเติมความชุ่มชื้นและสารอาหารให้กับผิวหน้า พร้อมกับขั้นตอนสุดท้าย

- ฉายแสง LED ปิดท้ายด้วยการฉายแสง LED เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยให้ผิวดูสดใสและกระชับ จะเป็นการมาสก์หน้าพร้อมฉายแสงและจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที พอครบเวลาแล้ว พี่เค้าจะมาล้างและทำความสะอาดหน้าให้ค่ะ

พอทำเสร็จแล้วความรู้สึกแรกคือรู้สึกเฟรชมาก หน้ามีความเด้งและนุ่มขึ้น ผิวก็ฉ่ำโกลว์ พอใจกับผลลัพธ์สุด ๆ ไปเลยค่ะ ลืมบอกไปอีกอย่างว่าทรีตเมนต์ตัวนี้สามารถทำได้บ่อยถึง อาทิตย์หรือสองอาทิตย์ครั้ง (แล้วแต่เราสะดวก) เลยค่า ก็ว่าไปนั่น มีมาซ้ำแน่นอน><
ผิวหน้าดีขึ้นแล้ว อย่ารอช้ามาต่อกันที่โปรแกรม Liftera กันเลยดีกว่าค่ะ เนื่องจากเราทำทั้งสองบริการเลยในวันเดียว พอทำทรีตเมนต์เสร็จก็จะมีพี่พนักงานมาพาเราย้ายไปที่ห้องทำหัตถการทำ Liftera นี้แทนนะคะ ตัว Liftera นี้จะได้ทำกับคุณหมอเองเลย สบายใจได้เลยค่า

และสำหรับใครที่ยังสงสัยว่า Liftera คืออะไร? วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันค่ะ Liftera คือเทคโนโลยียกกระชับผิวหน้าที่ใช้คลื่น HIFU (High-intensity Focused Ultrasound) ส่งพลังงานไปยังชั้นผิว SMAS ซึ่งเป็นชั้นกล้ามเนื้อใต้ไขมันที่มีผลต่อการยกกระชับและลดความหย่อนคล้อยของผิว โดยคลื่นเสียงจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นลึก ทำให้ผิวมีความกระชับ เต่งตึง และดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยี Thermal Diffusion Treatment (TDT) ช่วยให้พลังงานเข้าถึงชั้นผิวลึกได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บต่อผิว การทำ Liftera สามารถเห็นผลทันที และจะชัดเจนยิ่งขึ้นใน 2-3 สัปดาห์ ผลลัพธ์จะคงอยู่ประมาณ 2-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลค่า
พอเข้ามาในห้อง คุณหมอก็จะเข้ามาประเมินหน้าและพูดให้ฟังอีกครั้งว่าจะทำตรงไหนบ้าง อย่างของเราหลัก ๆ ก็จะมีแก้ม เหนียง กรอบหน้า ร่องแก้ม และร่องใต้ตาค่ะ

จะเริ่มทำจากแก้มก่อนนะคะ เพราะตอนที่คุณหมอมาประเมิน คุณหมอบอกว่าแก้มเราแอบหย่อนคล้อยและไม่ค่อยกระชับเท่าไหร่ถ้าเทียบกับจุดอื่นบนใบหน้า แล้วก่อนที่คุณหมอจะเริ่มทำก็จะมีพี่ผู้ช่วยมาทาเจลเย็น ๆ ให้เราก่อนแล้วค่อยเริ่มค่ะ เพื่อที่เวลาทำจะได้ไหลลื่นและลดความเจ็บลง จะบอกความรู้สึกตอนทำคือไม่เจ็บเลย แค่เหมือนมีอะไรมาจิ๊ด ๆ หน้านิดเดียวเอง

อย่างอันนี้จะเป็นภาพที่คุณหมอทำให้ดูครึ่งนึงก่อนค่ะ ว่าผลลัพธ์ที่ได้หลังจากทำทันทีเป็นยังไง โหทุกคน คือมันเห็นได้เลยว่าด้านซ้ายที่พึ่งทำคือยกขึ้นไปเลยจริง ๆ แตกต่างสุด ๆ รู้งี้มาทำนานแล้ว ฮืออ นี่ชั้นไปอยู่ไหนมา T_T

แล้วก็มาทำอีกข้างต่อกันค่ะ ถัดไปด้วยการเก็บกรอบหน้า เหนียง ร่องแก้ม และร่องใต้ตา เป็นอันจบค่า ขนาดของหัวช็อตคุณหมอจะเปลี่ยนให้ตามบริเวณที่ทำนะคะ อย่างเช่นบริเวณเหนียงกับกรอบหน้า หัวที่ใช้ทำก็จะใหญ่กว่าหัวของการทำร่องแก้มและร่องใต้ตาค่ะ
แล้วก่อนกลับพี่เค้าก็จะให้ใบข้อควรปฎิบัติหลังทำมาด้วยนะคะ แนะนำว่าให้อ่านแล้วก็พยายามทำตามกันด้วยน้า ส่วนใครที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็ถามพี่ ๆ เค้าได้เลยน้า น่ารักมากทุกคนจริง ๆ ค่ะ
ความรู้สึกหลังทำเป็นยังไงบ้าง? และการดูแลตัวเองหลังรับบริการทรีตเมนต์สูตร Whip Cream Peel และ Liftera
ความรู้สึกหลังทำคือหน้าจะมีความระบมเล็กน้อยตอนล้างหน้า แต่ว่าระบมไม่นานค่ะ สัก 4 – 5 วันก็หายระบมแล้ว แต่งหน้าคือแต่งได้ปกติเลยค่า อาจจะมีแค่ตอนลงสกินแคร์ ที่คุณหมอจะไม่แนะนำให้ใช้ตัวที่มีส่วนผสมแรงๆ เช่นพวก Vitamin C หรือ Niacinamide และสำคัญมากกกกที่สุด! คือควรงดแอลกอฮอล์หลังทำประมาณ 7 วันน้า เพื่อจะได้เห็นผลชัดที่สุดค่ะ เนื่องจากว่าแอลกอฮอล์จะไปทำลายการสร้างคอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ อาจทำให้ผิวฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่ ไหนๆ ก็เสียตังค์ทำสวยแล้ว อดใจรออีกนิ้ดแล้วค่อยไปดื่มไปดริ้งค์กันนะค้าา
เปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อนและหลังทำทรีตเมนต์สูตร Whip Cream Peel และ Liftera ที่ Lifilltox Clinic
ผลลัพธ์หลังทำ จะแบ่งเป็นของ Whip Cream Peel และ Liftera ให้นะคะ เนื่องจากอย่างที่บอกไปข้างบนว่าแต่ละหัตถการจะใช้เวลาเห็นผลต่างกัน บางอันสามารถเห็นผลได้ทันทีแต่บางหัตถการต้องใช้ระยะเวลาสักนิดถึงจะเข้าที่และเห็นผลชัดเจนที่สุดค่าา
ในส่วนของตัว Whip Cream Peel หลังทำสิ่งแรกที่รู้สึกได้เลยหลังจากจับหน้าก็คือหน้ารู้สึกเนียนขึ้นมากกกก มีความนุ่มฟู ดูอิ่มน้ำ ชุ่มชื้นสุด ๆ คือต้องบอกก่อนเลยว่าส่วนตัวเราเป็นคนหน้าผิวผสม คือจะมันแค่ตรงช่วง T-Zone แต่ส่วนอื่นจะค่อนข้างแห้ง และบางครั้งสกินแคร์ก็ยังไม่ช่วย แต่งหน้ามาก็อดไม่ได้ที่บางทีจะเป็นขุยบ้าง หรือยังไม่ทันหมดวันก็หลุดซะแล้ว ปัญหาโลกแตกของคนที่ต้องใช้ชีวิตนอกบ้านทั้งวันแบบสุด ๆ ไอเรามันก็ประเภทขี้เกียจพกเครื่องสำอางไปเติมนอกบ้านด้วยอะสิ 5555555555

แต่พอได้มาทำ Whip Cream Peel ของ Lifilltox Clinic หลังกลับมาแต่งหน้า เอาจริง ๆ รู้สึกได้เลยว่าแต่งหน้าติดทนขึ้นจริง ด้วยความที่หน้ามันชุ่มชื้นขึ้น ไม่แห้ง ไม่ขุย ก็ทำให้เครื่องสำอางที่ใช้เป็นปกติติดทนได้ดีขึ้น หมดปัญหาเครื่องสำอางหลุดระหว่างวันได้เป็นอย่างดีเลย ไม่ต้องพกออกไปเติมข้างนอกให้หนักกระเป๋าแล้ว เย้
สำหรับคนที่มีปัญหาแต่งหน้าไม่ค่อยติด หรือคล้าย ๆ กัน แนะนำเลยนะคะตัว Whip Cream Peel อันนี้ ราคาเป็นมิตร ผลลัพธ์คุณภาพดี เต็มสิบให้ร้อย เพราะบางทีสกินแคร์ที่เราใช้ก็อาจบำรุงไม่ถึงเท่าที่ผิวหน้าเราต้องการน้าา
ส่วน Liftera เอาจริง ๆ สารภาพว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้เปิดใจลองทำหัตถการที่เกี่ยวกับการยกกระชับ ด้วยความที่ราคาค่อนข้างสูงกว่าตัวอื่น ทำให้ปกติช่วงที่กินแซ่บเราจะทำเป็นตัวเมโสแฟตมากกว่า แต่จริง ๆ แล้วเราก็แอบไม่อยากฉีดเมโสแฟตเยอะเหมือนกัน เพราะเคยได้ยินมาว่าในระยะยาว หากฉีดไปเยอะ ๆ มีโอกาสที่จะทำให้หน้ากับแห้งเหี่ยวเร็ว บอกตรง ๆ ว่ากลัวค่ะ ไม่อยากเหี่ยวไว ฮือๆๆๆ

ด้วยเหตุผลนี้ วันนี้ก็เลยเป็นการตัดสินใจเปิดใจให้กับ Liftera หนึ่งในหัตถการยกกระชับ แล้วก็ค้นพบว่าาาาา เปลี่ยนมาทำอันนี้กันเถอะค่ะทุกโค้นน มันดีกว่ามากจริง ๆ คือตอนแรกก็แอบไม่เชื่อเหมือนกันว่า เฮ้ย มันจะเห็นผลเลยหรอ ได้จริงดิ คำตอบก็คือ ได้นะคะ มันรับรู้ได้เลยตอนส่องกระจกหลังจากคุณหมอทำให้ข้างหนึ่งว่ามันยกขึ้น และแตกต่างกับข้างที่ยังไม่ได้ทำจริง ๆ คอนเฟิร์ม!
ขนาดคุณหมอแจ้งไว้ว่าผลลัพธ์หลังทำทันทีจะได้แค่ประมาณ 30-40% ก็ว่าช็อคแล้ว เพราะอะไร เพราะแปลว่าในระหว่าง 1 เดือนที่จะเห็นผลแบบชัดเจนที่สุด หน้าเราจะค่อย ๆ วีอีก เรียวอีก แล้วมันจะไม่จอสระอึ้งมากได้ไง นั่นแหละค่ะพร้อมหน้ายุงแล้ว ถ่ายรูปมุมไหนก็ขึ้นแน่นอน เอาเป็นว่าหัตถการนี้เคาะค่ะ ต้องลองมาทำกันสักครั้งแล้วจะติดใจแบบเราชัวววว รับประกันเลย!
โดยรวมแล้วการทำทรีตเมนต์ Whip Cream Peel และ Liftera ที่ Lifilltox Clinic ครั้งนี้เราประทับใจมาก ๆ ค่ะ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าร้านเลย ร้านน่ารักมากกก มีมุมถ่ายรูปชิค ๆ เหมาะสำหรับสายคอนเทนต์อย่างเรา แถมโทนร้านก็ยังเป็นสไตล์ที่ชอบอีกต่างหาก ถูกใจที่สู้ด พี่พนักงานก็น่ารักทุกคนเลยค่ะ ดูแลและให้คำแนะนำอย่างดี มากไปกว่านั้นคุณหมอใส่ใจดูแลทำเองทุกขั้นตอน ประทับใจมากค่ะ ส่วนในเรื่องของผลลัพธ์หลังทำ Whip Cream Peel ควบคู่กับ Liftera ก็เริ่ดมาก ผิวเราดูกระชับและกระจ่างใสขึ้นมาก ล่าสุดหลังทำ 1 เดือนเต็มๆ มีไปเจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานมา เพื่อนทักคำแรกเเลยว่าไปทำอะไรมา ทำไมดูหน้าเรียวขึ้น ฟินนไปสามวันเจ็ดวันเลยค่ะ
ใครที่อ่าน Lifilltox Clinic รีวิวทรีตเมนต์ Whip Cream Peel และ Liftera ของเราแล้วสนใจอยากไปทำทรีตเมนต์ที่ Lifilltox Clinic เราแนะนำว่าให้ดาวน์โหลดแอป GoWabi และเซฟร้าน Lifilltox Clinic เป็นร้านโปรดเอาไว้เลย จะได้ไม่พลาดโปรโมชั่นดี ๆ ค่ะ
