สวยมงลง! Lifilltox Clinic รีวิว Liftera ยกกระชับพร้อมทรีตเม้นต์ผิวหน้าแบบจัดเต็ม

แชร์บทความนี้

Lifilltox Clinic
สาขาParadise Park
พาราไดซ์ พาร์ค ชั้น 3 เลขที่ 61 ถนนศรีนครินทร์ หนองบอน ประเวศ กรุงเทพฯ 10250
เปิดบริการทุกวัน 11.00น.-20.00น.
HIFU ฟิลเลอร์ ทรีทเม้นท์ผิวหน้า

ช่วงนี้ตารางงานแน่นมากเว่อร์ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาได้ดูแลตัวเองเท่าไหร่ เอนจอยอีทติ้งสุดๆ แถมยังนั่งวินฉ่ำอีกต่างหาก หน้าก็คือรับมลภาวะและฝุ่นควันแบบเต็มปอด รับรู้ได้เลยว่าโทรมขึ้นกว่าเดิมมาก ๆ ใต้ตาก็คล้ำขึ้นจนคนรอบตัวทัก เสียเซลฟ์ไปอี้กก จนรู้สึกว่าไม่ได้การละ เราต้องหันกลับมาดูแลตัวเองสักที วันนี้ก็เลยเลือกมาทำทรีตเมนต์สูตร Whip Cream Peel (ที่มีที่เดียวในไทยตอนนี้ และส่งตรงจากเกาหลี!) จะช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวและผลัดเซลล์ผิวอย่างล้ำลึก และ Liftera ที่จะช่วยในเรื่องของการยกกระชับหน้า ที่ Lifilltox Clinic รีวิวจะเป็นยังไง ตามไปดูกันเลยได้ค่าาา

@gowabi_official

ลิฟหน้า & ทรีตเมนต์ ที่ @Lifilltox Clinic Thailand ในราคาสบายกระเป๋ากันเถอะ (พิกัดห้างพาราไดซ์ปาร์ค) #GoWabi #ครบจบสวยด้วยgowabi #gowabiบอกโปร #gowabi1212ดีลแรงแซงโค้ง #ทรีตเมนต์ #นวดหน้า #หน้าใส #กรอบชัด

♬ 小清新恋爱-喜欢你兔much – 福林斯通

วิธีการเดินทางมาที่ Lifilltox Clinic (Paradise Park)

เริ่มด้เริ่มด้วยวิธีการเดินทาง ตัวร้านจะอยู่ในห้าง Paradise Park ที่เขตประเวศ การเดินทางมาที่ร้านก็แสนจะง้ายง่าย มีถึงสองทางให้เลือกกันเลยค่ะ

  1. วิธีแรก เดินทางด้วย BTS สายสีเหลือง ลงสถานีสวนหลวง ร.9 ทางออก 2 แล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์ บอกว่ามา Paradise Park ได้เลยค่ะ หรือจะเดินมาก็ได้น้า ประมาณ 4 นาที 280 เมตรเองค่า ไม่ไกลเลยใช่ม้า *FYI: Paradise Park กับ Paradise Place คนละที่กันนะคะ ระวังไปผิดน้าา*
  2. วิธีที่สองสำหรับคนที่มาด้วยรถยนต์ส่วนตัว แนะนำให้ปักหมุด Paradise Park แล้วขับตาม Google Map มาได้เลยค่า แอบกระซิบว่าที่ห้างจอดรถฟรีทั้งวันนะคะ เพราะฉะนั้นใครที่เอารถมาหายห่วงเรื่องเวลาจอดรถได้เลยค่า

เมื่อมาถึง Paradise Park แล้ว ให้ขึ้นมาที่ชั้น 3 แล้วเดินมาฝั่งที่เป็นโซนคลินิกได้เลยค่ะ Lifilltox Clinic (Paradise Park) จะตั้งอยู่ข้าง ๆ ร้านนวดเลยน้า

บรรยากาศภายนอกร้าน Lifilltox Clinic

ภายนอกร้านตกแต่งโทนสีขาวสะอาด แสงไฟนวล ๆ ดูน่าเข้าไปใช้บริการมากกก

ตอนที่ไปถึงคือแอบตกใจกับความน่ารักของคลินิกเล็กน้อยถึงมาก ๆ ภายนอกร้านจะใช้กระจกตกแต่งเป็นหลัก ทำให้เราสามารถมองเห็นการตกแต่งภายในได้เลย โทนสีที่ทางคลินิกใช้จะเป็นสีขาวสะอาด แสงไฟนวล ๆ ดูน่าเข้าไปใช้บริการมากทีเดียวเชียวละค่า บวกกับกิมมิคลูกโป่งด้านหน้าร้านสองอัน น่ารักสุด ๆ ตกสาว ๆ (อย่างเรา) ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ 

บรรยากาศภายในร้าน Lifilltox Clinic

ต้องบอกว่าข้างนอกร้านว่าน่ารักแล้ว แต่พอเข้ามาในร้านเท่านั้นแหละ บ้าบออ น่ารักกว่าเดิมอีก โคมไฟเอย อะไรเอย จัดแสงสวยตามสไตล์พี่สาวชาวเกาหลีสุด ๆ  

อดใจไม่ไหวขอหยิบกล้องมาเซลฟี่เก็บไว้สักนิด 

นอกจากนี้โซฟาก็คือนิ่มมากกก ใครที่มีผู้ติดตามหรือเพื่อนมาด้วย นั่งตรงนี้ก็คือหลับได้เลยค่ะ สบายมากจริง ๆ แล้วที่นี่ก็มีขนมให้ด้วยน้า 

ยิ่งมุมหน้ากระจกคือดีสุด ๆ อีกสักรูปสองรูปละกันอิอิ

ไม่เพียงเท่านี้นะคะ Hightlight อีกอย่างนึงที่พลาดไม่ได้เลยของคลินิกนี้ก็คือการมาเซลฟี่หน้ากระจกบันนี่อันนี้เลยค่ะ อะให้ทุกคนลองดูน้อง ดูความนุ่ม ๆ ฟู ๆ ของขนไม่พอ ก็คือสวยให้คะแนน สิบ สิบ สิบ ไปเลยค่ะ ถูกต้องทั้งหมด ใครที่มาแล้วไม่ถ่ายถือว่าพลาดด  (เตือนแล้วนะ อิ_อิ)

รีวิวการทำทรีตเมนต์สูตร Whip Cream Peel และ Liftera ที่ Lifilltox Clinic

ขั้นตอนการลงทะเบียนกรอกประวัติก่อนเข้ารับบริการ

พอเข้ามาได้ไม่นาน พี่เค้าก็จะนำใบกรอกประวัติมาให้เราเขียนค่ะ แล้วพอเขียนเสร็จ สเต็ปถัดไปก็จะเป็นการปรึกษาคุณหมอที่จะมาดูแลเราในวันนี้นั่นเองค่า เราได้เป็นคุณหมอท่านนี้นะคะ ยังสาวและสวย ให้คำปรึกษาดีและละเอียดมากเลยค่ะ

ขั้นตอนปรึกษากับคุณหมอ กับปัญหาที่เรากำลังกังวลเรื่องผิวหน้า

และตอนที่เข้าไปปรึกษากับคุณหมอ ก็ได้มีการพูดคุยกันและแจ้งปัญหาที่เรากำลังกังวลให้คุณหมอฟังค่ะ อย่างของเราตามที่ได้บอกไปตรงข้างต้นก็คือช่วงนี้เราไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลตัวเองเท่าไหร่ โดยเฉพาะเรื่องผิว เพราะแต่ละวันก็ต้องออกไปเผชิญโลกกว้าง ต้องโดนแดดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำให้หน้ายิ่งหมอง แต่งหน้าก็ไม่ค่อยติด อีกทั้งยังเอนจอยอีทติ้งแบบสุด ๆ เลยทำให้มีแก้มและเหนียง พอจะออกไปถ่ายรูปก็รู้สึกว่าไม่มั่นใจเท่าแต่ก่อน เลยรู้สึกว่าไม่ได้การละ ถึงเวลาแล้วต้องกลับมาดูแลตัวเองซะที วันนี้ก็เลยอยากทำอะไรที่มันบำรุงผิวหน้าแบบขั้นสุดและอยากทำยกกระชับหน้าไปตัว เพื่อแก้ปัญหาแก้มหย่อนคล้อยด้วยค่ะ

พอได้แจ้งปัญหาเหล่านี้ให้คุณหมอฟัง คุณหมอก็เข้ามาประเมินและแนะนำเป็นตัวบริการทรีตเมนต์สูตร Whip Cream Peel และ Liftera ค่ะ

ตัวทรีตเมนต์สูตร Whip Cream Peel เป็นการบำรงผิวหน้าสูตรเฉพาะของทางคลินิก ซึ่งช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ และสูตรนี้ของทางคลินิกก็ออกแบบมาเพื่อให้ผิวหน้าของเราได้รับการผลัดเซลล์ผิวและบำรุงอย่าลล้ำลึก ในขณะที่ Liftera จะกระตุ้นให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวมีความกระชับและเต่งตึงยิ่งขึ้นจะสามารถเห็นผลได้ทันที และจะเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น ภายใน 2 – 3 สัปดาห์ ค่ะ พอฟังสรรพคุณเสร็จก็ไม่รอช้า พุ่งตัวไปทำกันเลยดีกว่าา เย้

เราทำทรีตเมนต์สูตร Whip Cream Peel

เราจะเริ่มทำตัว ทรีตเมนต์สูตร Whip Cream Peel ก่อนนะคะทุกคน ก่อนที่จะเริ่มทำทรีตเมนต์นี้จะมีพี่พนักงานพาเราไปทำที่ห้องทรีตเมนต์นะคะ จะต้องขึ้นเตียงในการทำค่ะ ใครที่กลัวหนาวไม่ต้องกังวลไปน้า ทางคลินิกมีผ้าห่มให้คลุมตัวระหว่างการทำด้วยค่ะ

การทำทรีตเมนต์นี้จะมีทั้งหมด 6 ขั้นตอน ใช้เวลารวมประมาณ 45 นาที ค่ะ  

  1. นวดหน้าคลีนซิ่ง เริ่มต้นด้วยการนวดหน้าด้วยคลีนซิ่งเพื่อล้างสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางออกจากผิวหน้า พี่เค้าจะคลีนหน้าเราอย่างอ่อนโยนเลยค่ะ แถมมือก็เบาสุด ๆ ด้วย (ใครที่จะรับบริการนี้ไม่ค่อยแนะนำให้แต่งหน้าหนักมาน้า หรือถ้าใครที่ไม่สะดวกให้ลบทั้งหน้า สามารถแจ้งพี่เค้าให้เหลือตากับคิ้วไว้ได้ค่ะ)
เริ่มด้วยการนวดหน้าด้วยคลีนซิ่งก่อนเลย
  1. ทาตัวยาผลัดเซลล์ผิวขั้นแรก ใช้ตัวยาผลัดเซลล์ผิวในขั้นตอนแรกเพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับขั้นตอนถัดไป (ตัวยาอันนี้จะให้ความรู้สึกยิบ ๆ บนหน้าเล็กน้อย ไม่ต้องตกใจไปนะคะ)
  2. ผลัดเซลล์ผิวขั้นที่สองด้วยโฟมผลัดเซลล์ผิว ต่อด้วยการใช้โฟมผลัดเซลล์ผิวที่มีคุณสมบัติขจัดเซลล์ผิวเก่าที่เหลืออยู่ พร้อมทั้งทำให้ผิวรู้สึกสดชื่นหลังผลัดสุด ๆ ไปเลย
  3. ทรีตเมนต์ฟองโฟมฟูหอมนุ่ม ใช้ทรีตเมนต์ฟองโฟมที่นุ่มฟูที่มีกลิ่นหอมเพื่อให้ความรู้สึกผ่อนคลายและให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างล้ำลึก ฟองนุ่มมากจริง ๆ ค่ะ รู้สึกได้เลยหลังล้างออกว่าผิวเด้ง ฟูมากก 
ขั้นตอนนี้หายใจออกอยู่นะคะ พี่เค้าเว้นให้เราหายใจอยู่ 55555+
  1. มาสก์หน้า จากนั้นทำการมาสก์หน้าเพื่อเติมความชุ่มชื้นและสารอาหารให้กับผิวหน้า พร้อมกับขั้นตอนสุดท้าย
มาสก์หน้าเติมความชุ่มชื้นและสารอาหารให้กับผิวหน้าสักหน่อย
  1. ฉายแสง LED ปิดท้ายด้วยการฉายแสง LED เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยให้ผิวดูสดใสและกระชับ จะเป็นการมาสก์หน้าพร้อมฉายแสงและจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที พอครบเวลาแล้ว พี่เค้าจะมาล้างและทำความสะอาดหน้าให้ค่ะ
ปิดจบด้วยการฉายแสง LED เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวหน้า

พอทำเสร็จแล้วความรู้สึกแรกคือรู้สึกเฟรชมาก หน้ามีความเด้งและนุ่มขึ้น ผิวก็ฉ่ำโกลว์ พอใจกับผลลัพธ์สุด ๆ ไปเลยค่ะ ลืมบอกไปอีกอย่างว่าทรีตเมนต์ตัวนี้สามารถทำได้บ่อยถึง อาทิตย์หรือสองอาทิตย์ครั้ง (แล้วแต่เราสะดวก) เลยค่า ก็ว่าไปนั่น มีมาซ้ำแน่นอน><

ผิวหน้าดีขึ้นแล้ว อย่ารอช้ามาต่อกันที่โปรแกรม Liftera กันเลยดีกว่าค่ะ เนื่องจากเราทำทั้งสองบริการเลยในวันเดียว พอทำทรีตเมนต์เสร็จก็จะมีพี่พนักงานมาพาเราย้ายไปที่ห้องทำหัตถการทำ Liftera นี้แทนนะคะ ตัว Liftera นี้จะได้ทำกับคุณหมอเองเลย สบายใจได้เลยค่า

 Liftera คืออะไร? ไปดูกันค่ะ

และสำหรับใครที่ยังสงสัยว่า Liftera คืออะไร? วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันค่ะ Liftera คือเทคโนโลยียกกระชับผิวหน้าที่ใช้คลื่น HIFU (High-intensity Focused Ultrasound) ส่งพลังงานไปยังชั้นผิว SMAS ซึ่งเป็นชั้นกล้ามเนื้อใต้ไขมันที่มีผลต่อการยกกระชับและลดความหย่อนคล้อยของผิว โดยคลื่นเสียงจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นลึก ทำให้ผิวมีความกระชับ เต่งตึง และดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยี Thermal Diffusion Treatment (TDT) ช่วยให้พลังงานเข้าถึงชั้นผิวลึกได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บต่อผิว การทำ Liftera สามารถเห็นผลทันที และจะชัดเจนยิ่งขึ้นใน 2-3 สัปดาห์ ผลลัพธ์จะคงอยู่ประมาณ 2-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลค่า

พอเข้ามาในห้อง คุณหมอก็จะเข้ามาประเมินหน้าและพูดให้ฟังอีกครั้งว่าจะทำตรงไหนบ้าง อย่างของเราหลัก ๆ ก็จะมีแก้ม เหนียง กรอบหน้า ร่องแก้ม และร่องใต้ตาค่ะ

ขั้นตอนนี้คือไม่เจ็บเลย แค่เหมือนมีอะไรมาจิ๊ด ๆ ที่หน้า

จะเริ่มทำจากแก้มก่อนนะคะ เพราะตอนที่คุณหมอมาประเมิน คุณหมอบอกว่าแก้มเราแอบหย่อนคล้อยและไม่ค่อยกระชับเท่าไหร่ถ้าเทียบกับจุดอื่นบนใบหน้า แล้วก่อนที่คุณหมอจะเริ่มทำก็จะมีพี่ผู้ช่วยมาทาเจลเย็น ๆ ให้เราก่อนแล้วค่อยเริ่มค่ะ เพื่อที่เวลาทำจะได้ไหลลื่นและลดความเจ็บลง จะบอกความรู้สึกตอนทำคือไม่เจ็บเลย แค่เหมือนมีอะไรมาจิ๊ด ๆ หน้านิดเดียวเอง

ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากทำทันที

อย่างอันนี้จะเป็นภาพที่คุณหมอทำให้ดูครึ่งนึงก่อนค่ะ ว่าผลลัพธ์ที่ได้หลังจากทำทันทีเป็นยังไง โหทุกคน คือมันเห็นได้เลยว่าด้านซ้ายที่พึ่งทำคือยกขึ้นไปเลยจริง ๆ แตกต่างสุด ๆ รู้งี้มาทำนานแล้ว ฮืออ นี่ชั้นไปอยู่ไหนมา T_T

ต่อไปเก็บกรอบหน้า เหนียง ร่องแก้ม และร่องใต้ตา เป็นอันจบบบบ

แล้วก็มาทำอีกข้างต่อกันค่ะ ถัดไปด้วยการเก็บกรอบหน้า เหนียง ร่องแก้ม และร่องใต้ตา เป็นอันจบค่า ขนาดของหัวช็อตคุณหมอจะเปลี่ยนให้ตามบริเวณที่ทำนะคะ อย่างเช่นบริเวณเหนียงกับกรอบหน้า หัวที่ใช้ทำก็จะใหญ่กว่าหัวของการทำร่องแก้มและร่องใต้ตาค่ะ

แล้วก่อนกลับพี่เค้าก็จะให้ใบข้อควรปฎิบัติหลังทำมาด้วยนะคะ แนะนำว่าให้อ่านแล้วก็พยายามทำตามกันด้วยน้า ส่วนใครที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็ถามพี่ ๆ เค้าได้เลยน้า น่ารักมากทุกคนจริง ๆ ค่ะ

ความรู้สึกหลังทำเป็นยังไงบ้าง? และการดูแลตัวเองหลังรับบริการทรีตเมนต์สูตร Whip Cream Peel และ Liftera

ความรู้สึกหลังทำคือหน้าจะมีความระบมเล็กน้อยตอนล้างหน้า แต่ว่าระบมไม่นานค่ะ สัก 4 – 5 วันก็หายระบมแล้ว แต่งหน้าคือแต่งได้ปกติเลยค่า อาจจะมีแค่ตอนลงสกินแคร์ ที่คุณหมอจะไม่แนะนำให้ใช้ตัวที่มีส่วนผสมแรงๆ เช่นพวก Vitamin C หรือ Niacinamide และสำคัญมากกกกที่สุด! คือควรงดแอลกอฮอล์หลังทำประมาณ 7 วันน้า เพื่อจะได้เห็นผลชัดที่สุดค่ะ เนื่องจากว่าแอลกอฮอล์จะไปทำลายการสร้างคอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ อาจทำให้ผิวฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่ ไหนๆ ก็เสียตังค์ทำสวยแล้ว อดใจรออีกนิ้ดแล้วค่อยไปดื่มไปดริ้งค์กันนะค้าา

เปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อนและหลังทำทรีตเมนต์สูตร Whip Cream Peel และ Liftera ที่ Lifilltox Clinic

ผลลัพธ์หลังทำ จะแบ่งเป็นของ Whip Cream Peel และ Liftera ให้นะคะ เนื่องจากอย่างที่บอกไปข้างบนว่าแต่ละหัตถการจะใช้เวลาเห็นผลต่างกัน บางอันสามารถเห็นผลได้ทันทีแต่บางหัตถการต้องใช้ระยะเวลาสักนิดถึงจะเข้าที่และเห็นผลชัดเจนที่สุดค่าา

ในส่วนของตัว Whip Cream Peel หลังทำสิ่งแรกที่รู้สึกได้เลยหลังจากจับหน้าก็คือหน้ารู้สึกเนียนขึ้นมากกกก มีความนุ่มฟู ดูอิ่มน้ำ ชุ่มชื้นสุด ๆ คือต้องบอกก่อนเลยว่าส่วนตัวเราเป็นคนหน้าผิวผสม คือจะมันแค่ตรงช่วง T-Zone แต่ส่วนอื่นจะค่อนข้างแห้ง และบางครั้งสกินแคร์ก็ยังไม่ช่วย แต่งหน้ามาก็อดไม่ได้ที่บางทีจะเป็นขุยบ้าง หรือยังไม่ทันหมดวันก็หลุดซะแล้ว ปัญหาโลกแตกของคนที่ต้องใช้ชีวิตนอกบ้านทั้งวันแบบสุด ๆ ไอเรามันก็ประเภทขี้เกียจพกเครื่องสำอางไปเติมนอกบ้านด้วยอะสิ 5555555555

เปรียบเทียบก่อนและหลังเข้ารับบริการ Whip Cream Peel และ Liftera  ผลลัพธ์ที่ได้จะเห็นความกระชับขึ้นทันที ผิวกระจ่างใสและมีชีวิตชีวา

แต่พอได้มาทำ Whip Cream Peel ของ Lifilltox Clinic หลังกลับมาแต่งหน้า เอาจริง ๆ รู้สึกได้เลยว่าแต่งหน้าติดทนขึ้นจริง ด้วยความที่หน้ามันชุ่มชื้นขึ้น ไม่แห้ง ไม่ขุย ก็ทำให้เครื่องสำอางที่ใช้เป็นปกติติดทนได้ดีขึ้น หมดปัญหาเครื่องสำอางหลุดระหว่างวันได้เป็นอย่างดีเลย ไม่ต้องพกออกไปเติมข้างนอกให้หนักกระเป๋าแล้ว เย้ 

สำหรับคนที่มีปัญหาแต่งหน้าไม่ค่อยติด หรือคล้าย ๆ กัน แนะนำเลยนะคะตัว Whip Cream Peel อันนี้ ราคาเป็นมิตร ผลลัพธ์คุณภาพดี เต็มสิบให้ร้อย เพราะบางทีสกินแคร์ที่เราใช้ก็อาจบำรุงไม่ถึงเท่าที่ผิวหน้าเราต้องการน้าา

ส่วน Liftera เอาจริง ๆ สารภาพว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้เปิดใจลองทำหัตถการที่เกี่ยวกับการยกกระชับ ด้วยความที่ราคาค่อนข้างสูงกว่าตัวอื่น ทำให้ปกติช่วงที่กินแซ่บเราจะทำเป็นตัวเมโสแฟตมากกว่า แต่จริง ๆ แล้วเราก็แอบไม่อยากฉีดเมโสแฟตเยอะเหมือนกัน เพราะเคยได้ยินมาว่าในระยะยาว หากฉีดไปเยอะ ๆ มีโอกาสที่จะทำให้หน้ากับแห้งเหี่ยวเร็ว บอกตรง ๆ ว่ากลัวค่ะ ไม่อยากเหี่ยวไว ฮือๆๆๆ 

ก่อนกลับพี่เค้าก็จะให้ใบข้อควรปฎิบัติหลังทำมาด้วย รู้สึกประทับใจจนไม่รู้จะประทับใจยังไงกับการบริการของที่ Lifilltox Clinic บริการดีสุด ๆ ไปเลย

ด้วยเหตุผลนี้ วันนี้ก็เลยเป็นการตัดสินใจเปิดใจให้กับ Liftera หนึ่งในหัตถการยกกระชับ แล้วก็ค้นพบว่าาาาา เปลี่ยนมาทำอันนี้กันเถอะค่ะทุกโค้นน มันดีกว่ามากจริง ๆ คือตอนแรกก็แอบไม่เชื่อเหมือนกันว่า เฮ้ย มันจะเห็นผลเลยหรอ ได้จริงดิ คำตอบก็คือ ได้นะคะ  มันรับรู้ได้เลยตอนส่องกระจกหลังจากคุณหมอทำให้ข้างหนึ่งว่ามันยกขึ้น และแตกต่างกับข้างที่ยังไม่ได้ทำจริง ๆ คอนเฟิร์ม! 

ขนาดคุณหมอแจ้งไว้ว่าผลลัพธ์หลังทำทันทีจะได้แค่ประมาณ 30-40% ก็ว่าช็อคแล้ว เพราะอะไร เพราะแปลว่าในระหว่าง 1 เดือนที่จะเห็นผลแบบชัดเจนที่สุด หน้าเราจะค่อย ๆ วีอีก เรียวอีก แล้วมันจะไม่จอสระอึ้งมากได้ไง นั่นแหละค่ะพร้อมหน้ายุงแล้ว ถ่ายรูปมุมไหนก็ขึ้นแน่นอน เอาเป็นว่าหัตถการนี้เคาะค่ะ ต้องลองมาทำกันสักครั้งแล้วจะติดใจแบบเราชัวววว รับประกันเลย!

โดยรวมแล้วการทำทรีตเมนต์ Whip Cream Peel และ Liftera ที่ Lifilltox Clinic ครั้งนี้เราประทับใจมาก ๆ ค่ะ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าร้านเลย ร้านน่ารักมากกก มีมุมถ่ายรูปชิค ๆ เหมาะสำหรับสายคอนเทนต์อย่างเรา แถมโทนร้านก็ยังเป็นสไตล์ที่ชอบอีกต่างหาก ถูกใจที่สู้ด พี่พนักงานก็น่ารักทุกคนเลยค่ะ ดูแลและให้คำแนะนำอย่างดี มากไปกว่านั้นคุณหมอใส่ใจดูแลทำเองทุกขั้นตอน ประทับใจมากค่ะ ส่วนในเรื่องของผลลัพธ์หลังทำ Whip Cream Peel ควบคู่กับ Liftera ก็เริ่ดมาก ผิวเราดูกระชับและกระจ่างใสขึ้นมาก ล่าสุดหลังทำ 1 เดือนเต็มๆ มีไปเจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานมา เพื่อนทักคำแรกเเลยว่าไปทำอะไรมา ทำไมดูหน้าเรียวขึ้น ฟินนไปสามวันเจ็ดวันเลยค่ะ

ใครที่อ่าน Lifilltox Clinic รีวิวทรีตเมนต์ Whip Cream Peel และ Liftera ของเราแล้วสนใจอยากไปทำทรีตเมนต์ที่ Lifilltox Clinic เราแนะนำว่าให้ดาวน์โหลดแอป GoWabi และเซฟร้าน Lifilltox Clinic เป็นร้านโปรดเอาไว้เลย จะได้ไม่พลาดโปรโมชั่นดี ๆ ค่ะ

บริการดี ๆ อย่างนี้พลาดไม่ได้
ทรีตเมนต์ูตร Whip Cream Peel (1 ครั้ง) - Liftera Bar (300 Shots) + หัว Pen (3000 Shots) - ใบหน้า
2 ชั่วโมง
ทรีตเมนต์ Whip Cream Peel ออกแบบมาเพื่อให้ผิวหน้าได้รับการผลัดเซลล์ผิวและบำรุงอย่างล้ำลึก ส่วน Liftera คือเทคโนโลยี HIFU ที่ส่งพลังงานเสียงเข้าถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยยกกระชับผิวให้เต่งตึง โดยใช้เทคโนโลยี Thermal Diffusion Treatment (TDT) ที่ทำให้คลื่นลงลึกได้แม่นยำและไม่ทำร้ายผิวมาก เห็นผลทันทีและชัดเจนขึ้นใน 2–3 สัปดาห์ ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 2–6 เดือน
ทำความรู้จักนักรีวิว
พาพั้น
รีวิวสายบิวตี้ รักในการทำสวย ชอบลอง ชอบรีวิว อยากแชร์เคล็ดลับความงามให้ทุกคน – เพราะความสวยรอไม่ได้!

ตรวจทาน By 

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.